บ้านดิน...ทางออกของความจนบนแผ่นดิน ?วังตอตั้ง?


แต่ด้วย ?วังตอตั้ง? เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของคนหลากหลายที่มา?? ผู้คนที่นี่จึงมีความหลากหลายทางความคิดและวัฒนธรรม?? หลายคนไม่มีความรู้?? ไม่มีทักษะการประกอบอาชีพ? และอยู่ในภาวะขัดสนเงินทอง?? ทุกคนจึงต้องอาศัย ?แรง? ทุนเดิมเดียวที่ติดตัวมาเข้าแลกเงินตราในระบบแรงงานไร่อ้อย?? เพื่อนำมาซื้อหาปัจจัยสี่ประคองชีวิตให้อยู่รอด?? แต่ด้วยปัญหาปัจจัยสี่มีมูลค่าสูงกว่าแรงงาน?? กอปรกับปัญหาค่านิยมในสังคมบริโภค?? ทำให้รายได้ที่ได้มาไม่พอจุนเจือครอบครัว?? ชาวบ้านจึงต้องตกกระไดพลอยติดหนี้สินเงินกู้แรงงานไร่อ้อยรูปแบบต่าง ๆ ตามแต่นายทุนจะหามาล่อใจ


เมื่อเกิดปัญหารายได้ไม่เพียงพอกับการแลกเปลี่ยนสินค้า ?บ้าน...หนึ่งในปัจจัยสี่ราคาแพง?? จึงเป็นอีกสิ่งที่ชาวบ้านไม่มีกำลังพอที่จะซื้อหาหรือว่าจ้าง? แต่ด้วยความจำเป็นต้องมีที่อยู่อาศัย? ทำให้ชาวบ้านหลายคนต้องลักลอบตัดไม้ในเขตหวงห้ามบริเวณหมู่บ้าน?? หลายครั้งเล็ดลอดสายตาทางการได้ก็โชคดีไป?? แต่บางครั้งโชคร้ายถูกจับได้ก็ต้องถูกดำเนินการทางกฎหมาย?? เมื่อเสาหลักของครอบครัวต้องถูกจองจำ? จึงส่งผลให้สถาบันครอบครัวอันเป็นสถาบันหลักที่สำคัญที่สุดเริ่มสั่นคลอนลง?? ก่อให้เกิดปัญหาสังคมอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย? เช่น? การเปลี่ยนคู่ครอง? ยาเสพติดกับเยาวชน? การย้ายถิ่นฐาน?? และปัญหาคนชราและเด็กกำพร้า? เป็นต้น


นี่คือสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมวังตอตั้ง?? หมู่บ้านชายขอบแนวเขาภูเขียว? เขตอำเภอหนองบัวแดง? จังหวัดชัยภูมิ?? ที่แม้จะมีหน่วยงานทั้งทางภาครัฐและเอกชนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ?? แต่ปัจจุบันสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นต่าง ๆ ก็ยังคงมีให้เห็นอยู่ทั่วไป


การก่อตั้งศูนย์เรียนรู้เกษตรธรรมชาติ? โดยการนำของ ?ครูจรังศรี? มาดีสุขสถิตย์? ลูกผู้หญิงผู้มีความเชื่อมั่นในระบบการเกื้อกูลกันระหว่างธรรมชาติและการดำรงชีวิตของมนุษย์?? ก็เป็นอีกโครงการหนึ่งที่นำมาทดลองใช้ในพื้นที่วังตอตั้งนี้?? มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของสมาชิก?? โดยใช้ระบบเกษตรชีวภาพเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร?? และเน้นการผลิตปัจจัยสี่ด้วยตนเอง? มีการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อการพึ่งพาตนเองให้กับชาวบ้านมากมาย? เช่น? เกษตรชีวภาพ? ปศุสัตว์ชีวภาพ? การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร? ส่งเสริมการประกอบอาชีพ? ทำผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน? ฝึกทักษะการเย็บผ้าด้วยมือ? และการเรียนรู้เรื่องสมุนไพร? เป็นต้น?? ปัจจุบันมีสมาชิกเข้าร่วมโครงการกว่า 20 ครัวเรือน? ด้วยความช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างสมาชิก?? ทำให้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นได้รับการแก้ไขและคลี่คลายลง? เข้าสู่แนวทางการพึ่งพาตนเองได้ในระดับหนึ่ง ??เว้นก็แต่เรื่องที่อยู่อาศัย?? ที่นับวันปัญหาก็ยิ่งเลวร้ายลง...? จนกระทั่งวังตอตั้งได้เข้าร่วมโครงการวิจัยและพัฒนาระบบการแลกเปลี่ยนชุมชนเพื่อการพึ่งตนเอง? โดยสถาบันการจัดการเพื่อชนบทและสังคม? มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์?? ชาวบ้านจึงค้นพบทางออกของปัญหา? โดยการนำภูมิปัญญาการทำไม้กวาดที่ตนเองมีอยู่ไปแลกเปลี่ยนกับภูมิความรู้เรื่องการก่อสร้างบ้านดินของ ?ชุมชนมั่นยืน จ.ชัยภูมิ?? ผลจากการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ครั้งนั้น? ทำให้วังตอตั้งมีแหล่งเรียนรู้เรื่องบ้านดินขึ้นมาหนึ่งหลัง?? และเพิ่มจำนวนเป็นแปดหลังในปีต่อ ๆ มา? เนื่องจากชาวบ้านเล็งเห็นแล้วว่า?? บ้านดินอยู่อาศัยได้จริง?? สามารถตอบโจทย์ความพอเพียงได้อย่างสมบูรณ์? และเป็นทางออกของปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยที่ดีที่สุดของตน ณ เวลานี้


หลังจากได้ดำรงชีวิตอยู่ในบ้านที่ทำขึ้นด้วยสองมือสองเท้าของตนเอง?? เจ้าของบ้านดินแต่ละหลังก็เริ่มมองเห็นคุณค่าของความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับบ้าน??

พ่อสนั่น??? โคตรศรี.......เล่าเรื่องบ้านดินสีขาวของตนอย่างภาคภูมิใจ
กับการใช้เงินทุนเพียง 500 บาทในการสร้างที่อยู่อาศัยทั้งหลัง
พร้อมวางแผนการสร้างบ้านดินเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

แม่บัวไหล?? แขมภูเขียว.......ต่อเติมม้านั่งดินสำหรับรับแขกที่หน้าบ้าน
และสร้างบ้านดินเล็ก ๆ หลังใหม่? แยกให้ลูกชายคนเล็กได้อยู่อีกหนึ่งหลัง??
ด้วยหวังให้ลูกชายได้มีชีวิตครอบครัวที่มั่นคงในอนาคต



ลุงจำปี?? งามภูเขียว....... ภายหลังจากตัดสินใจขายไม้ฝาเพื่อตบแต่งลูกสะใภ้จนเหลือเพียงเสาและหลังคา?? ลุงจำปีจึงเลือกใช้ดินต่อเติมส่วนผนังบ้านให้สมบูรณ์?? ใช้ความเพียรและขันติต่อสู้กับความเจ็บป่วยทางร่างกาย?? แม้พิษงูที่เท้าจะทำให้ทรมานเพราะเริ่มมีอาการผิดปกติ?? แต่ก็อดทนใช้ผ้าพันแผลและใส่รองเท้าบู๊ตย่ำดินทำอิฐและก่อผนังด้วยตนเอง

ครูจรังศรี? ???มาดีสุขสถิต.......ผู้ก่อตั้งศูนย์เรียนรู้เกษตรธรรมชาติวังตอตั้ง?? หญิงที่ชาววังตอตั้งทุกคนพร้อมใจกันเรียกว่า ?แม่? อธิบายคุณค่าของบ้านดินว่า... ?บ้านดิน...คือสื่อกลางที่ทำให้สมาชิกในโครงการได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน? เป็นช่วงเวลาที่ดีในการปลูกฝังแนวคิด?? ร่วมกันวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาของเพื่อนสมาชิก?? เป็นการสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นในตัวบุคคล มีความมั่นใจในตนเองและมีจิตใจที่พร้อมจะช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป?

นอกจากนี้คุณครูยังกล่าวเสริมอีกว่า ?คุณค่าของบ้านดิน?? อยู่ตรงที่ความภูมิใจที่ได้ทำด้วยมือ? จะสวยหรือไม่ก็พอใจ? เพราะไม่ได้ทำลายธรรมชาติ? อุ่นใจที่มีธรรมชาติคอยดูแล? พลอยส่งผลให้สุขภาพกายและจิตแข็งแรง? และที่สำคัญที่สุดคือบ้านดินได้เข้ามาเป็นส่วนช่วยเติมเต็มให้สมาชิกสามารถผลิตปัจจัยสี่ได้ด้วยตนเองอย่างครบวงจรตามวัตถุประสงค์หลักของโครงการที่ได้วางไว้?


และนี่คือหมู่บ้านดิน...วังตอตั้ง?? ที่ที่ทำให้เรามองเห็นภาพคุณค่าของบ้านดินที่ชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่ง? ที่ที่ชาวบ้านไม่ได้สร้างบ้านดินด้วยเห็นเป็นแฟชั่น?? เป็นสถาปัตยกรรมสมัยใหม่? แต่ยกระดับให้บ้านดินเป็นทางเลือก?? ทางออกที่ดีและมีค่ามากที่สุดของพวกเค้า...ชาวนาวังตอตั้ง

?แท้จริงแล้วพระแม่ธรณีท่านทรงโอบอุ้มเราทุกคนให้อยู่อย่างเป็นสุขบนทุกผืนแผ่นดิน?
ไม่เว้นแม้แต่ดินแดนแห่งหินและความแห้งแล้งแห่งนี้...บ้านดินคู่ธรณี...วังตอตั้ง?

:หนอนบ้าดิน